วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561

ไข่แมงดาอันตราย

ไข่แมงดาอันตราย
เครดิต คุณแต๋ว

      4 คนในภาพ ไปนั่งกินอาหารที่ร้านครัวข้าวหอม สั่งยำไข่แมงดากิน กินเสร็จขับรถ ตายในรถ 2 คน ผู้ชายกับเด็กไปตายที่บ้าน

     น่ากลัวนะไข่แมงดา ถ้ากินตาย คงไม่ใช่ไข่แมงดา เป็นไข่เหรา อ่านว่า (เห-รา) ครับ ลักษณะเหมือนแมงดาทุกประการ ต้องดูที่ตัวแมงดา ต่างกับเหราที่หาง ครับ

     เหตุเกิดที่หาดใหญ่ ผู้หญิง 2 คนเสียชีวิตในรถ หลังจากขับรถไปส่งผู้ชายกับเด็กที่บ้าน ก็ขับมาจอดแถวเขต 8 และนอนตายอยู่ในรถ

ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วยคะ 


เครดิต ครูเนย์ สุภลัคน์ ทุ่งสะโร

ระวังกินไข่แมงดาผิดชนิด ถึงตายใน 6 ชั่วโมง
ครูเนย์ สุภคน์ ทุ่งสะโร
     
     หลายคนคนมีความชื่นชอบและพิศมัยในเมนูที่ทำจากไข่แมงดามาก โดยเฉพาะยำไข่แมงดา มีข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ที่พบหนูน้อยวัย 8 ขวบเปิบไข่แมงดาเสียชีวิต สร้างความประหวั่นพรั่นพรึ่งให้กับผู้พิศมัยเมนูไข่แมงดายำ แต่ก็มีข้อถกเถียงกันอยู่มากมายว่า บางคนกินแมงดาทะเลมาเป็นเวลาเกือบสิบกว่าปี ทำไมไม่ตาย

     จากประสบการณ์ที่เล่าต่อกันมาว่า วิธีการกินแมงดาทะเลให้ปลอดภัยคือ ต้องผ่าเอาเส้นเมาออกก่อนนำมาปรุงหรือรับประทาน ถึงแม้ว่าจะทำตามขั้นตอนแล้วก็ยังมีข่าวว่า มีคนตายจากการกินแมงดาทะเลอยู่เรื่อยมา

     จึงมีคำถามที่สงสัยกันอยู่ว่า "จริงหรือไม่ ที่กินแมงดาทะเลทำให้ตายได้" แล้วยังมีคำถามต่อไปอีกว่า "แล้วจะกินแมงดาทะเลดีไหม" เนื่องจากรสชาติของแมงดาทะเล โดยเฉพาะไข่ของมันนั้น ขึ้นชื่อว่ามีความอร่อยมาก ทำให้คนที่นิยมยำไข่แมงดา มีความรู้สึกไม่มั่นใจในความปลอดภัย ดังนั้น ต้องมาทำความรู้จักกับชนิดของแมงดาทะเล และพิษของมันว่า เป็นอย่างไร

     รูปร่างของแมงดาทะเล แมงดาทะเลเป็นสัตว์ที่มีรูปร่างแปลก เหมือนชามกะละมังคว่ำ ทางด้านหัวโค้งกลม แมงดาทะเลเปลือกหนาแข็ง ห่อหุ้มอยู่ทั่วทั้งตัว มีหางแข็งยาว ปลายแหลม ยื่นออกมาหาส่วนท้ายของลำตัว สำหรับใช้ต่างสมอปักลงกับพื้นท้องทะเล เมื่อต้องการนอนนิ่งอยู่กับที่

     แมงดาทะเลอาศัยอยู่ที่พื้นทะเลน้ำตื้นๆ คลานหากินไปตามพื้นทราย กินหอยเล็กๆ ปูเล็กๆ เป็นอาหาร ศัตรูคือเต่าทะเลและฉลาม

     แมงดาทะเลตัวผู้กับตัวเมีย มีรูปร่างคล้ายกัน แต่ตัวเมียมีขนาดใหญ่กว่ามาก ไข่เป็นเม็ดกลมสีเหลืองขนาดเม็ดสาคู และมีจำนวนหลายร้อยฟอง

แมงดาทะเลมีกี่ชนิด  แมงดาที่พบในทะเลไทยมีอยู่ 2 ชนิด คือ

     แมงดาจาน หรือ แมงดาทะเลหางเหลี่ยม มีขนาดใหญ่ อาศัยอยู่ตามพื้นทะเล วางไข่ตามริมชายฝั่งที่เป็นดินทราย 

     งดาถ้วย แมงดาทะเลหางกลม เห-รา หรืแมงดาไฟ มีขนาดเล็กกว่าแมงดาจาน มีสีส้มหรือน้ำตาลเข้ม อาศัยอยู่ตามพื้นทะเลที่เป็นดินโคลนและตามคลองในป่าชายเลน

แมงดาชนิดไหนที่มีพิษ
     ไข่ของเห-รา หรือ แมงดาถ้วย และมีพิษในช่วงเดือน กพ.-มิย.

พิษของแมงดาทะเลอยู่ตรงไหน พิษของแมงดาถ้วยน่าจะมาจาก 2 สาเหตุ คือ
  1.ตัวแมงดาถ้วยไม่มีพิษ แต่เกิดจากแมงดาถ้วยไปกินตัวแพลงก์ตอนที่มีพิษ หรือกินหอยหรือหนอนที่กินแพลงก์ตอนที่มีพิษเข้าไป ทำให้สารพิษไปสะสมอยู่ในเนื้อและไข่ของแมงดาถ้วย
     2. ตัวแมงดาถ้วยมีพิษ ซึ่งเกิดจากแบคทีเรียในลำไส้ สร้างพิษขึ้นมาได้เอง

ความร้อนฆ่าพิษได้หรือไม่
     เมื่อนำไข่หรือเนื้อมาปรุงหรือผัดให้สุก โดยเชื่อว่า ความร้อนสามารถฆ่าพิษได้นั้น ความจริงแล้วความร้อนไม่สามารถฆ่าพิษได้เลย เนื่องจากเป็นพิษชนิดที่มีผลต่อระบบประสาท ที่ความร้อนไม่สามารถทำลายเชือได้

กินแล้วจะมีอาการอย่างไร
     อาการขึ้นอยู่กับปริมาณที่กินเข้าไปมากหรือน้อย มีอาการชาที่ริมฝีปาก มือและเท้า เวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน เดินเซ แขนขาไม่มีแรง พูดไม่ออก กลืนลำบาก หากใจไม่ออก กล้ามเนื้อเกี่ยวกับการหายใจเป็นอัมพาต เนื่องจากพิษของแมงดาทะเลเป็นพิษต่อระบบประสาทที่ควบคุมการหายใจ ในเด็กเล็กจะมีอาการรุนแรงมากกว่าผู้ใหญ่

     วิธีป้องกันที่ดีที่สุด คือ หลีกเลี่ยงที่ไม่กินแมงดาทะเล เพราะอาจมีโอกาสเสี่ยที่จะเจอแมงดาทะเลที่มีพิษได้ แต่สำหรับคนที่ชอบกินแมงดาทะเลแล้ว ถ้าพบว่า หลังจากการกินแล้วรู้สึกมีอาการชาที่ปาก หายใจไม่ออก ทำการล้างท้อง ล้วงคอทำให้อาเจียน แล้วรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด การใช้เครื่องช่วยหายใจเป็นการรักษาอาการเบื้องต้น เพื่อช่วยให้คนไข้หายใจได้ หลังจากนั้น ก็รักษาตามอาการ แบบเดียวกับการรักษาผู้ป่วยที่ได้รับสารพิษโดยทั่วไป ในปัจจุบันยังไม่มียาแก้พิษจากแมงดาทะเล

แมงดาถ้วย เป็นแมงดาทะเลชนิดที่มีพิษ เรียกอีกชื่อว่า เห-รา

     แมงดาถ้วย หรือ แมงดาทะเลหางกลม (อังกฤษ Mangrove horseshoe crab; ชื่อวิทยาศาสตร์ Carcinoscorpius rotundicauda) เป็นแมงดาทะเลชนิดหนึ่ง จัดเป็นเพียงชนิดเดียวที่อยู่ในสกุล Carcinonscorpius มีรูปร่างกลมและกระดองนุนเหมือนชามหรือถ้วยคว่ำ ทางด้านหัวโค้งกลม หางเรียวยาวเป็นทรงกลม กระดองมีสีเขียวเหลือบเหลืองคล้ำ ใช้สำหรับปักลงกับพื้นท้องทะเล เมื่อต้องการนอนนิ่งอยู่กับที่ หรือใช้พลิกตัวเมื่อนอนหงายท้อง พบอาศัยในทะเลโคลนแถบป่าชายเลนหรือปากแม่น้ำ อาจพบได้ในเขตน้ำกร่อยหรือน้ำจืดได้ ขนาดเมื่อโตเต็มที่ยาวประมาณ 40 เซนติเมตร รวมหาง ในบางครั้งแมงดาถ้วยบางตัวและในบางฤดูกาล อาจมีสีกระดองสีแดงเหลือบส้ม และมีขนที่กระดองและบางส่วนของลำตัว ซึ่งแมงดาถ้วยแบบนี้ จะเรียกว่า เหรา / เห-รา หรือ ตัวเหรา หรือ แมงดาไฟ

  จะมีวิธีป้องกันได้อย่างไร พบกระจายไปทั่วในชายฝั่งทะเลอินเดีย-เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียตะวันออก ในประเทศไทยพบได้ทุกจังหวัดที่ติดกับทะเล แมงดาทะเลชนิดนี้ ทั้งเนื้อและไข่มีพิษทุกฤดูกาล จึงไม่ควรนำมาบริโภคอย่างเด็ดขาด สาเหตุของการเกิดพิษในตัวแมงดาทะเลนั้น สันนิษฐานว่า มาจาก 2 สาเหตุคือ เกิดจากการที่ตัวแมงดาไปกินแพลงก์ตอนที่มีพิษเข้าไป ทำให้สารพิษไปสะสมอยู่ในเนื้อและไข่ และตัวแมงดาเองมีพิษ ซึ่งเกิดจากแบคทีเรียในลำไส้สร้างพิษขึ้นมาได้เอง โดยอาการเมื่อรับพิษเข้าไป คือ มีอาการชาที่ริมฝีปาก มือและเท้า เวียนีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน เดินเซ แขนขาไม่มีแรง พูดไม่ออก กลืนลำบาก หายใจไม่ออก กล้ามเนื้อเกี่ยวกับการหายใจเป็นอัมพาต เนื่องจากเป็นพิษที่ผลต่อระบบประสาทที่ควบคุมการหายใจ ในเด็กเล็กจะมีอาการรุนแรงมากกว่าผู้ใหญ่ และอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้


     แมงดาถ้วยเป็นแมงดาทะเลชนิดมีพิษร้ายแรง มีลักษณะคล้ายกับแมงดาจานมาก ทำให้ผู้ที่ดูไม่เป็นหลงรับประทานจนเสียชีวิตมามากต่อมากรายแล้ว (วิธีสังเกตที่ง่ายที่สุดคือ แมงดาถ้วยเป็นชนิดมีพิษนั้นตัวจะเล็กมีลักษณะกระดองกลมเป็นถ้วย และหางจะกลม ส่วนแมงดาจานเป็นชนิดที่กินได้ ตัวจะใหญ่กว่าและกระดองจะแบนกว้างคล้ายจานหางจะเหลี่ยมนูนขึ้นมีหนามเล็กๆ เรียงตามยาวตรงกลางด้านบนของหาง) แต่ที่พึงระวังอย่างยิ่งคือในท้องตลาดมีการนำเฉพาะไข่แมงดามาบรรจุถุงขาย ยิ่งทำให้ไม่ทราบเลยว่าไข่แมงดานั้นเป็นไข่แมงดาชนิดใด เนื่องจากหากเป็นเฉพาะไข่จะมีลักษณะเหมือนจนไม่สามารถแยกได้
 
ขอขอบคุณเจ้าของภาพและข้อมูลทุกท่านคะ